ไมค์ ชิโนดะ (Mike Shinoda) สมาชิกคนสำคัญของลิงคิน พาร์ค(Linkin Park) หนึ่งในวงร็อกหัวแถวของวงการเพลงยุค 2000 มีซิงเกิล”License To Waltz” ออกมาให้ฟังกันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 ซึ่งเป็นงานที่ทำขึ้นมาในช่วงที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดของโควิด-19 และเป็นการทักทายแฟนเพลงครั้งสุดท้ายของไมค์ ชิโนดะ

หลังเวลาผ่านไปเกือบๆปี ไมค์ ชิโนดะกลับมาแล้วพร้อมกับซิงเกิลใหม่“Happy Ending” ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนเพลง และสื่อดนตรีทั่วโลกมากมาย เห็นได้จากยอดสตรีมและยอดชมมิวสิค วิดีโอแบบเนื้อร้องของเพลงนี้ ที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการที่สื่อต่างๆ พร้อมใจกันพูดถึง “Happy Ending” ไมค์ ชิโนดะ เขาไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง แต่ยังกลับมาพร้อมกับสองศิลปินแถวหน้าของวงการ เอียน ดิออร์ (iann dior) และอัปซอห์ล (UPSAHL)
ที่การร่วมงานในครั้งนี้ ทำให้ “Happy Ending” เป็นเพลงที่ผสมผสานความโดดเด่นของทั้งสามศิลปินเข้าด้วยกัน มีทั้งความเป็นงานร็อกในแบบลิงคิน พาร์ค, งานฮิพ–ฮ็อพ และซาวน์ในแบบป็อป บีทแข็งแรง, มีท่วงทำนองติดหู และมีการร่ายแร็ปที่ลื่นไหล เนื้อเพลง ก็เป็นการสะกิดใจ กระตุ้นความคิด ด้วยการทำให้เห็นคุณค่าของตัวเอง
“Hey, at least in my mind, I’m feelin’ like I’m the hero that saves me. There, I hold my head high. Get everything right. Delusional maybe.”
ทำให้ “Happy Ending” ไม่ใช่ซิงเกิลที่แค่ฟังแล้วไพเพราะ หรือลงตัวแต่ยังมีความหมายดีๆ มอบให้กับแฟนเพลงไปในคราวเดียวกัน ขณะที่การปล่อย “Happy Ending” ไมค์ ชิโนดะก็ยังมีกิจกรรมการกุศล เพื่อหาเงินให้กับวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบอีกด้วย ด้วยการเปิดประมูลงานออกแบบปกซิงเกิลพร้อมลายเซ็นของตัวเอง
สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการสัมผัสกับความสวยงามของเรื่องราว และดนตรีของ “Happy Ending” ซิงเกิลล่าสุดของไมค์ ชิโนดะ ก็สัมผัสกันได้แล้วจาก Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค
(8)